หากท่านเป็นอีกหนึ่งคน ที่ชื่นชอบการเล่นเกมไพ่ออนไลน์ แต่ไม่รู้จะเล่นเกมไหนดี เราขอแนะนำ แบล็คแจ็ค eBet เกมไพ่คาสิโนสดสุดฮิต ที่มีอัตราการจ่ายสูงถึง 100 เท่า โดยรูปแบบการเล่นนั้น จะคล้ายกับการเล่นเกมไพ่อย่างบาคาร่า และป๊อกเด้งออนไลน์ แต่มีวิธีการนับแต้มที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสำหรับเกมไพ่แบล็คแจ็คนั้น แม้จะมีอัตราการจ่ายที่สูง แต่ถ้าหากท่านเป็นนักพนันออนไลน์มือใหม่ ที่คิดจะเข้าเล่นโดยไม่รู้กฎกติกา หรือขั้นตอนการเดิมพันก็อาจจะไม่ดีนัก! ฉะนั้นเรามาทำความรู้จัก Blackjack กันให้มากขึ้น ดังนี้
แบล็คแจ็ค eBet คืออะไร ?
แบล็คแจ็ค หรือ Blackjack เกมไพ่ 21 แต้มจากค่ายเกมชั้นนำอย่าง eBet Casino ที่เซียนพนันออนไลน์ทุกท่านรู้จักเป็นอย่างดี โดยเกมไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์ นั้น จะใช้ไพ่ทั้งหมด 8 สำรับ และสำรับละ 52 ใบ ในการเดิมพันหรือดำเนินเกม โดยส่วนใหญ่แล้ว จะเล่นกันทั้งหมด 7 ขา และหาผู้ชนะจากการได้ไพ่ที่มีแต้มเท่ากับ 21 แต้ม หรือใกล้เคียงมากที่สุด ก็จะเป็นผู้ชนะไป
โดยเกม ไพ่แบล็คแจ็ค จะแบ่งเป็น 2 ฝั่งคือ ผู้เล่น (Player) และเจ้ามือ (Banker) ซึ่งผลการแพ้ชนะจะวัดจากแต้มของท่าน และเจ้ามือ หากฝั่งไหนมีแต้ม 21 หรือใกล้เคียงมากที่สุด ก็จะเป็นผู้ชนะไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเกมไพ่คาสิโนออนไลน์ที่น่าเล่นมาก ๆ เนื่องจากมีอัตราการชนะหลากหลายรูปแบบ และมีอัตราการจ่ายสูงถึง 100 เท่าเลยทีเดียว
การนับแต้มของเกมไพ่ Blackjack
สำหรับเกมไพ่ แบล็คแจ็คออนไลน์ จะมีการนับแต้มหรือคะแนนคล้ายเกมบาคาร่า, เสือมังกร, ป๊อกเด้ง และเกมไพ่ทั่ว ๆ ไป โดยไพ่ที่มีหน้าเป็นสัญลักษณ์ตัวเลขตั้งแต่ 2 – 9 จะนับตามตัวเลขที่ปรากฏขึ้นบนหน้าไพ่ และไพ่ที่มีหน้าเป็น 10, J, Q, K จะถูกนับเป็น 10 แต้ม และไพ่ที่มีหน้าเป็นสัญลักษณ์ A จะนับเป็น 11 แต้ม ดังนี้
- 2 สำหรับไพ่สัญลักษณ์นี้ จะถูกนับแต้มเท่ากับ 2
- 3 สำหรับไพ่สัญลักษณ์นี้ จะถูกนับแต้มเท่ากับ 3
- 4 สำหรับไพ่สัญลักษณ์นี้ จะถูกนับแต้มเท่ากับ 4
- 5 สำหรับไพ่สัญลักษณ์นี้ จะถูกนับแต้มเท่ากับ 5
- 6 สำหรับไพ่สัญลักษณ์นี้ จะถูกนับแต้มเท่ากับ 6
- 7 สำหรับไพ่สัญลักษณ์นี้ จะถูกนับแต้มเท่ากับ 7
- 8 สำหรับไพ่สัญลักษณ์นี้ จะถูกนับแต้มเท่ากับ 8
- 9 สำหรับไพ่สัญลักษณ์นี้ จะถูกนับแต้มเท่ากับ 9
- 10, J, Q, K สำหรับไพ่สัญลักษณ์นี้ จะถูกนับแต้มเท่ากับ 10
- A สำหรับไพ่สัญลักษณ์นี้ จะถูกนับแต้มเท่ากับ 11
ชนิดของไพ่และอัตราจ่ายของแบล็คแจ็ค
รูปแบบการชนะรางวัลของไพ่ แบล็คแจ็ค ก็มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งหากในขณะเริ่มเกมไพ่ของท่านเป็นไพ่ชนิดพิเศษ ก็จะมีอัตราการจ่ายที่แตกต่างกันออกไป โดยไพ่ชนิดพิเศษของไพ่ Blackjack จะมีอะไรบ้าง และมีอัตราการจ่ายเท่าไหร่ มาดูกันเลย
- แบล็คแจ็ค คือ ไพ่ 10 แต้ม + เอช โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1.5 เท่า
- ไพ่คู่ที่ดีที่สุด คือ ไพ่ เอช + เอช โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 25 เท่า
- ไพ่คู่สี คือ ไพ่คู่แต้มและสีเหมือนกัน โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 12 เท่า
- ไพ่คู่เหมือน คือ ไพ่คู่แต้มเหมือนกัน ดอกไม่เหมือนกัน โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 6 เท่า
- ไพ่ตอง คือ ไพ่แต้มเหมือนกัน ดอกเหมือนกัน โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 100 เท่า
- ไพ่สเตรทฟลัช คือ ไพ่เรียง ดอกเหมือนกัน โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 40 เท่า
- ไพ่สามใบเลขเดียวกัน คือ ไพ่แต้มเหมือนกัน ดอกไม่เหมือนกัน โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 30 เท่า
- ไพ่เรียง คือ ไพ่แต้มเรียงกัน ดอกไม่เหมือนกัน โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 10 เท่า
- ไพ่ฟลัช คือ ไพ่แต้มอะไรก้ได้ ดอกเดียวกัน โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 5 เท่า
- ไพ่ที่ดีที่สุด คือ ไพ่ที่แต้มใกล้เคียง 21 แต้มมากที่สุด โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่า

กติกาการเล่นไพ่ แบล็คแจ็ค eBet
สำหรับการเล่น Blackjack จะมีการวัดผลการแพ้ชนะระหว่าง ผู้เล่น (Player) และ เจ้ามือ (Banker) ซึ่งจะไม่มีการตัดสินการแพ้ชนะระหว่างผู้เล่นด้วยกันเอง โดยการจะชนะได้ จะมีวิธีการดังนี้
ไพ่แบล็คแจ็ค หากไพ่ในมือสองใบแรก มีแต้มเท่ากับ 21 แต้ม หรือ ได้ไพ่หน้า 10 + เอช จะถือว่าเป็นแบล็คแจ็ค และหากอีกฝ่ายได้ไพ่ 2 ใบรวมกันแต้มน้อยกว่า 21 ก็จะชนะทันที
ไพ่ชนิดพิเศษ หากไพ่ของท่านเป็นไพ่ชนิดพิเศษ และอีกฝ่ายไม่ได้ไพ่แบล็คแจ็ค ให้ท่านวัดผลการแพ้ชนะตามลำดับตารางในหัวข้อที่ผ่านมา เพื่อหาผู้ชนะนั่นเอง
ไพ่เสมอ หากไพ่ของท่าน และเจ้ามือมีแต้มที่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นไพ่แบล็คแจ็ค ไพ่ชนิดพิเศษ หรือไพ่แต้มที่ดีที่สุด ระบบจะคืนเงินให้ท่านทันที
ขั้นตอนเล่นแบล็คแจ็คจากค่าย eBet Casino
- เริ่มเกมเจ้ามือแจกไพ่แบบหงายหน้าไพ่ขึ้นรอบวง และสุดท้ายแจกให้ตัวเอง 1 ใบ
- เจ้ามือจะแจกไพ่ให้ผู้เล่นคนละ 2 ใบ เพื่อให้รวมแต้มกัน ยกเว้นแจกให้ตัวเอง
- หากไพ่ 2 ใบรวมกันในมือมี ไพ่ 21 แต้ม จะเรียกว่า Blackjack และขอไพ่เพิ่มไม่ได้
- ผู้เล่นสามารถขอเรียกจั่วไพ่เพิ่ม (Hit) เพื่อลุ้นโอกาสเพิ่มแต้มรวมในมือได้
- ผู้เล่นสามารถหยุดจั่วไพ่ (Stand) หากไม่ขอไพ่เพิ่มอีกจะจบตาเล่น โดยนับแต้มตามไพ่ในมือ
- เดิมพันเท่าตัว (Double Down) ทำได้เมื่อมีการแจกไพ่ 2 ใบแรก ซึ่งต้องจั่วไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ
- การออกตัวซื้อประกัน (Insurance) จะเท่ากับเราแทงดีลเลอร์ ทายว่าเจ้ามือได้ Blackjack
- ยอมแพ้ คือ หยุดเล่นไม่ลุ้นไพ่ต่อ และยอมเสียเงินเดิมพัน 50% ในรอบนั้น